ย้อนตำนาน "โรงแรมดาราเทวี" สัญลักษณ์แห่งความหรูหราล้านนา ที่ครองใจเชียงใหม่มานาน 19 ปี
ย้อนตำนาน "โรงแรมดาราเทวี" เชียงใหม่ อดีตเคยรุ่งเรือง ที่พักสุดหรูระดับ 5 ดาว ครองใจนักท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน วิกฤตเปลี่ยนมือการบริหารหลายครั้ง ก่อนดับวอดจากเหตุเพลิงไหม้
หลายคนคงคุ้นเคยกับชื่อ "โรงแรมดาราเทวี" ซึ่งเป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว มูลค่าหลายพันล้านบาท ที่ตั้งอยู่ในตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองเชียงใหม่ บนเนื้อที่กว่า 153 ไร่ โรงแรมแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมล้านนาโบราณที่สวยงามอลังการ โดยมีห้องพักทั้งหมด 123 ห้อง ซึ่งเป็นที่พักยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มานานกว่า 19 ปี และเคยผ่านการเปลี่ยนมือการบริหารหลายครั้ง
โรงแรมดาราเทวี ชื่ออันแสนไพเราะ มีความหมายลึกซึ้งที่สะท้อนถึงความงามแบบไทยล้านนา ผสมผสานความหรูหราและวัฒนธรรมอย่างลงตัว
"ดาราเทวี" บทกวีแห่งความงามล้านนา
ชื่อที่เปล่งประกายอย่างอ่อนช้อยดั่งแสงดาวบนฟากฟ้า “ดาราเทวี” ไม่ได้เป็นเพียงชื่อโรงแรม หากแต่เป็นนามอันเปี่ยมด้วยความหมาย ลุ่มลึกด้วยวัฒนธรรม และเต็มไปด้วยเรื่องราวที่สะท้อนรากเหง้าของล้านนาอย่างวิจิตรบรรจง
ความหมายในชื่อที่สื่อถึงหัวใจล้านนา
ชื่อ “ดาราเทวี” เกิดจากการผสานคำว่า “ดารา” และ “เทวี” เข้าด้วยกันอย่างมีนัยสำคัญ
“ดารา” มีความหมายล้ำลึก 3 ประการ ประการแรก เป็นเกียรติแด่ พระราชชายาเจ้าดารารัศมี พระมเหสีในรัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมล้านนา
ประการที่สอง เชื่อมโยงกับแนวคิดการออกแบบพื้นที่โรงแรมตามจักรราศีตามคติล้านนา โดยมี 1 ประตู (ประตูไชยะดารา) 3 จอง (อาคารหลักสามหลัง) 7 หนอง (แหล่งน้ำธรรมชาติและสระว่ายน้ำที่ออกแบบขึ้นใหม่) และ 12 หอ ที่จัดวางเรียงรายเป็นรูปนกซึ่งมีนัยยะแห่งความสูงส่ง
ประการที่สาม “ดารา” ยังหมายถึง “ดวงดาว” ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของตราสัญลักษณ์โรงแรม เปรียบดั่งแสงแห่งความหวังและแรงบันดาลใจ
ส่วน “เทวี” สะท้อนภาพของหญิงสูงศักดิ์ในวัฒนธรรมล้านนา ผู้เปี่ยมด้วยความงาม ความดีงาม และจิตใจเมตตา เป็นภาพแทนของความอ่อนโยนและการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน
นกยูงและฟากฟ้า: จิตวิญญาณแห่งการออกแบบ
ภายในโรงแรมจะพบภาพของ “นก” อยู่แทบทุกมุม ทั้งในงานประดับตกแต่ง ภาพวาด และสถาปัตยกรรม เพราะชาวล้านนาเชื่อว่า “เจ้าผู้ครองนคร” เปรียบได้กับเจ้าแห่งเวหา และนกยูง สัตว์ที่เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ในคติจักรวาล จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำโรงแรมที่สะท้อนถึงศูนย์กลางแห่งพลังและความเจริญรุ่งเรือง
ห้องพักสุดหรู "ดาราเทวี" ราคา 6 หลัก
ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม ภายใต้แนวคิดสถาปัตยกรรมล้านนา โรงแรมดาราเทวี รวบรวมความงามของบ้านเรือนไทยพื้นเมืองและศิลปกรรมหลากหลายของชนชาติในอาณาจักรล้านนา มีวิลล่าและสวีทหรูขนาดตั้งแต่ 60 ตร.ม. จนถึง 644 ตร.ม.
พร้อมการออกแบบที่ลงตัว ทั้งวิลล่าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบ้านไม้สักยกใต้ถุนสูง ตกแต่งด้วยงานไม้แกะสลักสวยงาม และโคโลเนียลสวีทที่มาพร้อมความหรูหราในสไตล์เอเชียศตวรรษที่ 19
พร้อมวิวทุ่งนาเขียวขจีตลอดปี และกิจกรรม Resort Cultural Tour ที่จะพาคุณรู้จักเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในทุกมุมของที่นี่ สนุกสนานกับการเล่นกับ "บุญชอบ" ควายเผือกสุดน่ารัก และฟังเสียงขลุ่ยตอนเช้าในบรรยากาศที่ไม่เหมือนใคร หากอยากสัมผัสความสงบและหรูหราในที่เดียว
ห้องพักที่โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ มีราคาสูงถึง 6 หลัก เช่น "รอยัล เรสซิเด้นซ์" ขนาด 644 ตร.ม. มี 3 ห้องนอนใหญ่และ 3 ห้องนอนเตียงคู่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และ "สปาเพ้นต์เฮ้าส์" ขนาด 373 ตร.ม. ที่ออกแบบจากแรงบันดาลใจจากพระราชวังพม่าในสมัยโบราณ ให้บริการสุดพิเศษในบรรยากาศหรูหราและส่วนตัว
ห้องอาหารสุดหรู วิวทุ่งนา
หนึ่งในไฮไลต์ของโรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่คือห้องอาหารจีน “ฟูเจี้ยน” ที่เสิร์ฟอาหารกวางตุ้งรสเลิศ และ “ดาราเทวี เค้กช้อป” ที่มีมาการูนชื่อดัง รสชาติยังดีแม้ข้ามวัน อีกทั้งห้องอาหารฝรั่งเศส "Farang Ses" เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสสไตล์บราสเซอร์รี่ พร้อมวิวทุ่งนาที่สวยงาม บรรยากาศครบครันในทุกด้าน
จุดเปลี่ยนสำคัญ "ดาราเทวี"
ปี 2547 โรงแรมดาราเทวีเริ่มก้าวสู่ระดับสากล ด้วยการจับมือกับเครือแมนดาริน กรุ๊ป ภายใต้สัญญาบริหาร 15 ปี เพื่อยกระดับบริการและขยายตลาดต่างประเทศ แต่แม้ภายนอกจะดูหรูหรา ปัญหาทางการเงินกลับเริ่มก่อตัว มีข่าวลือเรื่องการขายกิจการ และในปี 2555 กลุ่มทุนจีนเข้ามาถือหุ้น 49% เพื่อช่วยลดภาระหนี้
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2558 เมื่อ สุเชฏฐ์ สุวรรณมงคล ขายกิจการให้แก่ นพ.วิชัย ถาวรวัฒนยงค์ แห่ง IFEC รวมมูลค่าหนี้กว่า 2.5 พันล้านบาท การเปลี่ยนมือครั้งนี้นำไปสู่ความไม่แน่นอน เพราะผู้บริหารใหม่ไม่มีพื้นฐานธุรกิจโรงแรมโดยตรง
ลมหายใจสุดท้าย "ดาราเทวี" เผชิญปัญหาสะสม-พิษโควิดซ้ำเติม
ภายใต้การบริหารของกลุ่มทุนใหม่ โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ เริ่มเผชิญปัญหาซับซ้อน ทั้งข้อจำกัดเรื่องใบอนุญาตโรงแรมที่ได้รับเพียงบางส่วน (64 จากกว่า 120 ห้อง) และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงลิ่วจากการจ้างพนักงานเต็มอัตราเกือบ 400 คน ขณะที่จำนวนห้องที่เปิดบริการได้จริงกลับน้อยมาก ส่งผลให้ขาดทุนต่อเนื่องทุกปี
ปลายปี 2562 ถึงต้นปี 2563 สถานการณ์ยิ่งย่ำแย่ แม้ก่อนเกิดโควิด-19 จำนวนผู้เข้าพักก็ลดลงแล้ว และเมื่อวิกฤตโรคระบาดมาเยือน แขกแทบไม่เหลือ บางช่วงมีเพียงห้องเดียวที่มีผู้เข้าพัก ทำให้โรงแรมต้องหยุดให้บริการชั่วคราว ไม่สามารถจ่ายค่าแรงและค่าสาธารณูปโภคได้ แม้จะได้รับเงินกู้เกือบ 20 ล้านบาทจากกรรมการชุดใหม่ของ IFEC ก็ไม่อาจยื้อสถานการณ์ไว้ได้
พฤษภาคม 2563 พนักงานนับร้อยรวมตัวเรียกร้องค่าจ้างที่ค้างจ่ายมานาน เสียงสะท้อนเต็มไปด้วยความคับข้องใจ และในปลายเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน หนังสือเลิกจ้างก็ถูกส่งถึงพนักงานทั้งหมด ปิดตำนานโรงแรมหรูแห่งเชียงใหม่ลงอย่างถาวร เหลือเพียงกระบวนการทางกฎหมาย รอการขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยกรมบังคับคดี
ในเดือนมิถุนายน 2563 โรงแรมดาราเทวีได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ แต่ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 ส่งผลให้โรงแรมต้องปลดพนักงาน ปิดกิจการ และเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย ล่าสุด โรงแรมดาราเทวีได้ถูกรีแบรนด์และบริหารโดย Nikki Beach Worldwide ภายใต้ชื่อใหม่ว่า Nikki Dhara Dhevi Chiang Mai
เพลิงผลาญมอดไหม้
เวลา 02.00 น. วันที่ 23 เมษายน 2568 เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงแรมดาราเทวี จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยกู้ภัยและรถดับเพลิงเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ เบื้องต้นพบว่าไฟเริ่มจากอาคารสปา ซึ่งสร้างด้วยไม้และปูน ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด และไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ล่าสุดเวลา 03.50 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว แต่ยังมีไฟปะทุในบางจุด อาคารไม้เสียหายทั้งหลัง และยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้
ข้อมูล : praewwedding.com
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB